Dear Himalaya, From Chiang Mai

Posted on

(Artists / Lineup)

A fundraising concert
to support a new Artist/Musician in Residency program
between Thailand and Nepal

(Resham Firiri, Resham Firiri
Udera Jau Ki Dhada Ma Bhanjyang)

My heart is fluttering like silk in the wind.
I can’t decide whether to fly or sit on the hilltop.

Nepali Folk Song


ComPeung is not only the 1st independent Artist Residency program in Thailand, but also the longest ongoing program since 2007. We have hosted over 100 artists in a wide variety of disciplines from around the world.

As an evolving art project, ComPeung encourages artists to explore and discover – not only new ideas, techniques, and networks, but also themselves as human beings though the process of creative activities and everyday living. ComPeung aims to be an open space for dialogues, encouraging the exchange of ideas and experiments, and exploring the interdependence between art, artists and society.


In May 2009, two of our creative team set out on a dream catching journey in the Himalaya along the classic Annapurna Circuit trek. We faced unique experiences – walking through the earth’s deepest river valley, crossing the highest navigable pass in the world, meeting welcoming locals, and sharing paths with international trekkers. We hadn’t caught the dream, the dream had caught us, and inspired by this new found connection to the region we initiated Dear Himalaya, From Chiang Mai project.

Dear Himalaya, From Chiang Mai is an on-the-move Artist/Musician in Residency program between Thailand and Nepal, creating new dialogues and cross-cultural art experiences. The project began with a concert at Warm Up Cafe, a famous bar/restaurant in Chiang Mai town. We donated original artworks, food & drinks, and invited local musicians and friends to perform music and screen short films at the event.

With the funds we collected from this event we have managed to fund our first Nepalese artist, Manmohan Thapaliya to come to ComPeung. Manmohan is classical Nepali musician who masters beautiful Tabla and has incredible energy in his voice. His music is not considered a standard music that we familiar with, but more of a Raga, an ancient tradition to have the ability to “color the mind” and affect the emotions of the audience.

To continue the project and complete the exchange we will now hold an outdoor concert at ComPeung where Manmohan will perform with a host of Thai and international musicians.

With the funds raised from this latest concert, we will continue the project and return to the Himalaya in Nepal with a Thai musician and a filmmaker to cross the highest navigable pass in the world on Annapurna Circuit trek, the same inspiring route we went through in 2009. We will organize a mini concert or jamming session in Nepal. The Thai filmmaker will create a new work based on our journey.

We wish to maintain and continue this project as an annual ongoing event in both Chiang Mai and Nepal.

Why are we doing this?

“…We have a reason to live – to learn, to discover, to be free!
Give me one chance, let me show you what I’ve found…”

Richard Bach. Jonathan Livingston Seagull

Our experiences shape how we see the world and interact with each other. The more we experience the more we have the potential to understand. We are bringing together musicians, visual artists and filmmakers in this unique program to exchange their creativity, stories, cultures, and everyday personal identities, to grow both understanding and art practice.

We also believe that art is a versatile tool in exercising freedom of expression that can have a very positive influence on our emotions, moods and behaviour. We want to be a bridge to bring people together – scouts to explore new possibilities, and ambassadors of our own cultures.

We all need space and time. The benefits of Artist Residency programs are enormous for artists. On a very basic level, it gives an artist time and space in which to work away from their normal lives. Artist Residencies place artists in new communal contexts with new peers from all over the world. These factors create an environment where artists can make substantial jumps in their work in a short amount of time.

There is currently no independent cultural exchange residency between Thailand and Nepal. Government cultural programmes are usually one sided – sending art practices from Thailand to Nepal. We want to building cultural and environment awareness through this program without our freedom being compromised by Government policies and agendas.

What will happen?

We hope to continue maintaining the new Artist/Musician in Residency and Exchange program between Thailand and Nepal in the following years – inviting artists/musicians from Nepal to stay and work in Thailand, and sending Thai artists/musicians to stay and work in Nepal.

We also want to continue the new music festival, Dear Himalaya, From Chiang Mai, as an alternative platform for local and international musicians (with invited artist(s) from Nepal) to perform together and inspired each other.

How can you support us?

    • Funds
    • In-kind
    • Stuff you don’t want but might be useful for the others. We will try to exchange them into funds.
    • Share this to your friends

What is an Artist Residency ?

It is a type of art program that invites artists/musicians for a time and space away from their usual environment and obligations. We provide a time of reflection, research, presentation, production and immersion into a new culture. We allow the artists to explore their practice within another community; meeting new people, using new materials, experiencing life in a new location and potentially integrating elements of that experience into their art. Artist Residencies emphasize the importance of meaningful and multi-layered cultural exchange and immersion into another culture.



(เรสซัม ฟีรีรี, เรสซัม ฟีรีรี
อุดีรา จัว คี ดาห์ดา มา บานจ์ยาง)

ฉันตัดสินใจไม่ได้ว่าจะโบยบิน หรือจะนั่งบนยอดเขา



คำเปิง ไม่เพียงแต่เป็นโครงการศิลปินในพำนักอิสระแห่งแรกในในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องโอยไม่มีปิดมายาวนานที่สุด นับตั้งแต่ปี พศ. 2550 เราได้เชิญศิลปินจากทั่วโลกกว่า 100 คน จากหลากหลายสาขาศิลปะมาทำงานและอยู่ด้วยกันกับเรา

ในฐานะที่เป็นโครงการศิลปะที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำเปิงสนับสนุนให้ศิลปินค้นหาและค้นคว้า ไม่เพียง แต่ความคิด เทคนิคและเครือข่ายใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงตัวศิลปินเองในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์และกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่เราร่วมปฏิบัติด้วยกัน เรามีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างสำหรับการหารือ แลกเปลี่ยนความคิด และการทดลอง รวมทั้งการสำรวจความแตกต่างระหว่างศิลปะ ศิลปิน และสังคม


ในเดือนพฤษภาคม ปี 2552 ทีมครีเอทีฟสองคนของเรา ได้ออกเดินทางไปตามเส้นทางคลาสสิก Annapurna Circuit ในเทือกเขาหิมาลัย เราเผชิญกับประสบการณ์อันแสนพิเศษ จากการเดินผ่านหุบเขาลึกที่สุดในโลก ผ่านหนึ่งในช่องเขาสูงที่สุดโลก เราได้พบปะผู้คนท้องถิ่นผู้เปี่ยมด้วยอัธยาศัย และเดินร่วมทางกับนักเดินทางนานาชาติ เราไม่ได้เก็บฝันเหล่านั้นไว้ แต่ความฝันเต่างหากที่ตามเรามา ฝันเหล่านี้จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้ริเริ่มโครงการ Dear Himalaya, From Chiang Mai นี้

Dear Himalaya, From Chiang Mai คือโครงการศิลปิน/นักดนตรีในพำนัก ระหว่างไทยและเนปาล คือโครงการศิลปะเคลื่อนที่ (on-the-move art project) ที่สร้างบทสนทนา และประสบการณ์ด้านศิลปะข้ามวัฒนธรรมใหม่ โครงการนี้เริ่มต้นด้วยการแสดงคอนเสิร์ตที่ Warm Up Cafe ซึ่งเป็นบาร์ / ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในเมืองเชียงใหม่ เราได้บริจาคงานศิลปะต้นฉบับ อาหาร เครื่องดื่ม และเชิญนักดนตรีท้องถิ่นและเพื่อน ๆ มาแสดงดนตรีและภาพยนตร์สั้นในงาน

จากรายรับที่รวบรวมได้จากงาน เราได้จัดตั้งกองทุนให้กับศิลปินคนแรกจากเนปาล แมนโมฮัน ธปลิยา เพื่อมาร่วมโครงการในเชียงใหม่ แมนโมฮันเป็นนักดนตรีคลาสสิกเนปาลที่เก่งในการเล่นกลองทาบลา (Tabla)และมีเสียงร้องอันทรงพลัง บทเพลงของเขาไม่ถือว่าเป็นเพลงมาตรฐานทั่วไปที่เราคุ้นเคย แต่เป็นเรื่องของ “ราคะ (Raga)” ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีความสามารถในการ “แต้มสีจิตใจ” และส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้ชม

เพื่อดำเนินโครงการต่อไป และและเพื่อสานต่อโครงการแลกเปลี่ยน ฯ เราจะจัดคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่คำเปิงโดยแมนโมฮันจะร่วมแสดงกับนักดนตรีไทยและนานาชาติที่เป็นเจ้าบ้าน

ด้วยเงินบริจาคที่เราหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากคอนเสิร์ตครั้งล่าสุดนี้ เราจะดำเนินโครงการต่อไปโดยเราจะกลับไปที่เทือกเขาหิมาลัยในเนปาล พร้อมกับนักดนตรีและผู้สร้างภาพยนตร์ไทย เพื่อเดินข้ามเส้นทางข้ามช่องเขาที่สูงที่สุดในโลกในเส้นทาง Annapurna Circuit ซึ่งเป็นเส้นทางที่สร้างแรงบันดาลใจเดียวกันกับที่เราเคยผ่านมาในปี 2552 เราจะจัดมินิคอนเสิร์ตหรือแจมดนตรีในเนปาล ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยจะสร้างผลงานใหม่จากการเดินทางของเราครั้งใหม่นี้

ท้ายที่สุดแล้ว เราหวังที่จะดำเนินโครงการนี้ต่อไปในฐานะงานประจำปีที่จัดขึ้นที่เชียงใหม่และเนปา


“… เรามีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ – เพื่อเรียนรู้, เพื่อค้นพบ, เพื่อเป็นอิสระ!
ขอโอกาสให้ฉันสักครั้ง เพื่อให้ฉันแสดงให้คุณเห็นสิ่งที่ฉันได้พบ … “

ริชาร์ด บาก, โจนาทาน ลิฟวิงสตัน: นางนวล

ประสบการณ์เป็นตัวหล่อหลอมวิธีในการมองโลกของเรา และการที่เรามีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกัน ยิ่งเรามีประสบการณ์มากขึ้นเท่าใด เราก็มีศักยภาพที่จะเข้าใจโลกมาขึ้นเท่านั้น เราจึงเชิญนักดนตรี ศิลปินทัศนศิลป์และผู้สร้างภาพยนตร์มารวมตัวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ เรื่องราว วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ส่วนบุคคลในชีวิตประจำวันของพวกเขา เพื่อต่อยอดความเข้าใจ ทั้งในเรื่องส่วนตัวและในการสร้างสรรค์ศิลปะ

เรายังเชื่ออีกด้วยว่าศิลปะเป็นเสมือนเครื่องมือที่หลากหลายในการใช้เสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งสามารถมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมของเราได้ เราต้องการเป็นสะพานที่จะทอดข้ามให้ผู้คนได้เข้าหากัน – เพื่อสอดแนมสำรวจหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และเป็นทูตวัฒนธรรมของเราเอ

เราทุกคนต่างต้องการพื้นที่และเวลา โครงการศิลปินในพำนักมักจะส่งผลประโยชน์อย่างมากต่อศิลปิน ในระดับพื้นฐาน โครงการพำนักจะช่วยให้ศิลปินได้ใช้เวลาและพื้นที่ในการทำงาน ที่ห่างจากชีวิตปกติของพวกเขา โครงการพำนักมักจะวางศิลปินไว้ในบริบทของชุมชนใหม่ กับเพื่อนใหม่จากทั่วมุมโลก ปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ศิลปินสามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่สำคัญได้อย่างมากในระยะเวลาอันสั้

ปัจจุบันไม่มีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างอิสระระหว่างประเทศไทยและเนปาล โครงการวัฒนธรรมของรัฐบาลมักจะให้ประโยชน์แก่ฝ่ายเดียว คือส่งศิลปะจากไทยไปเนปาลฝ่ายเดียว เราต้องการที่จะสร้างสำนึกด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการนี้อย่างเสรี โดยปราศจากการควบคุมโดยนโยบายและวาระแบบทางการอย่างใดอย่างหนึ่ง


เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถดำเนินโครงการศิลปิน/นักดนตรีในพำนักระหว่างไทยและเนปาลนี้ต่อไปได้ในปีถัดไป โดยเชิญศิลปิน/นักดนตรีจากประเทศเนปาลเข้าพำนักและทำงานในประเทศไทย และส่งศิลปิน/นักดนตรีไทยไปทำงานและทำงานในเนปาล

นอกจากนี้ เรายังต้องการดำเนินการเทศกาลดนตรีใหม่ Dear Himalaya, From Chiang Mai นี้ เพื่อเป็นเวทีทางเลือกสำหรับนักดนตรีทั้งในและต่างประเทศ (พร้อมกับศิลปินที่ได้รับเชิญจากประเทศเนปาล) เพื่อแสดงร่วมกัน และสร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน


  • เงินทุน
  • สิ่งของเครื่องใช้เพื่อต่อยอดทำเป็นทุน
  • ความสามารถของท่าน หรืออาสาสมัคร
  • บอกต่อ หรือแชร์ข่าวสารของเรา

โครงการศิลปินในพำนัก (Artist Residency) คืออะไร?

คือโครงการศิลปะที่เชิญศิลปิน/นักดนตรีให้มีเวลาและพื้นที่ ห่างจากสภาพแวดล้อมและพันธกรณีตามปกติของตนเอง โดยเราให้เวลาในการสะท้อนตัวเอง วิจัย นำเสนอ สร้างสรรค์ และซึมซับในวัฒนธรรมใหม่ เราเปิดโอกาสให้ศิลปินได้สำรวจการสร้างสรรค์ศิลปะของพวกเขาในชุมชนใหม่ พบปะกับผู้คนใหม่ ๆ ใช้วัสดุใหม่ ๆ ใช้ชีวิตในสถานที่ใหม่ ๆ ซึ่งศิลปินอาจรวมองค์ประกอบของประสบการณ์นั้นเข้ากับงานศิลปะของตนเองได้ โครงการศิลปินในพำนักมักจะให้ความสำคัญของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่มีความหมายหลากหลายระดับ และการซึมซับในวัฒนธรรมอื่นของตัวศิลปินเอง


Manmohan Thapaliya Sharma


Manmohan is classical Nepali musician who masters beautiful Tabla and has incredible energy in his voice. His music is not considered a standard music that we familiar with, but more of a Raga, an ancient tradition to have the ability to “color the mind” and affect the emotions of the audience. He was one of the main lead singers in Jazzmandu 2017, an annual jazz festival in Kathmandu, Nepal. We invited Manmohan especially for this event to be the 1st ambassador of the new music exchange programme between Thailand and Nepal.

Master Monkol Seangshalee (พ่อครูมงคล เสียงชารี)


A local guru in Lanna music and Khon (โขน – traditional royal Thai dance drama). He is  also a founder of Lanna Art and Culture Centre in Doisaket that offer free lessons of Lanna music and martial arts for local and international students for decades.

Took Brasserie (Watchara Charoenpon – ตุ๊ก Brasserie)

“Jimmy Hendrix of Lanna”, the legend guitarist of Chiang Mai. Took has his very special ability to drive you into the deep sound of rock & blues. If you don’t know him, just ask any Chiang Mai local in their 30’s of how he has been an iconic figure of our music scene.


Catherine Thompson


Catherine is living a somewhat nomadic existence mostly, at present, in the middle of a jungle in Mae Kham Pong village, Chiang Mai. Through Music Forest Instruments and Goze in the Foothill of the Himalaya her work is devoted to creating a deep & deepening connection with the wild natural world. A reawakening. Catherine is a composer, vocalist, musician, instrument maker, visual & material artist


Chiang Mai Indie Folk Rock with strings band.

 Jui Juis


Suttipong Sutinrum (Thai: สุทธิพงศ์ สุทินรัมย์) is a Thai musician and singer, known by the stage name Jui Juis (Thai: จุ๋ย จุ๋ยส์), One of the most successful by popular song such as “บทที่ 1 (Lesson 1)” The song peaked at No.1 on the FM SEED CHART TOP 20 on Radio station on 12 July 2009. He is well-known for singing beatbox and known as a “one man band”.

Paul Pinto


Paul Pinto is a composer, vocalist and multi-instrumentalist from New York. He makes weird noises sometimes. Sometimes with his experimental music groups thingNY and Varispeed. Other times just in his living room. Sometimes he writes them on paper and makes other people make the weird noises for him. Some of these sounds end up becoming new verbose operas and vocal-theatre, and sometimes, just sometimes, some people pay attention and hire him to do make more.

Besides performing few solo songs and stories written while in residency at ComPeung, Paul will have a brief but torrid jam alongside Dirk Johan Stromberg.

Dirk Johan Stromberg


Dirk Stromberg is an improviser who enjoys delving deep into the possibilities of different musical languages. Playing the “Phallophone”, an embedded e-instrument designed and created by himself, Dirk explores new musical and aesthetic possibilities in jazz, classical, electro-acoustic, and popular music. In love with timbral possibilities his work often come in and out of pitched worlds and newly imagined colors.

Dirk plays and presents his work regularly in Europe, Asia and the United States. He is a founder of the Contemporary Music Festival in Vietnam (Duong Dai Festival – 2007-Present) and is currently on faculty at LASALLE College of the Arts.

Dj Shaky 3345

Donwtempo / Beat / Funk, DJ Shaky is one of the leading top DJs in Chiang Mai with his regular performance at Warm Up Cafe.

Tommy Tee & JK

Tommy Tee entered the DJ scene when he moved to Ibiza in 2001.

Drawn to Ibiza out of the love of the House Music, there was no
turning back:)

When he arrived in Phuket in 2004, his first priority was to bring a bit of Ibiza with him and the Phuket House Scene was born with the Soundwave Sundays Beach Party at Laem Sing Beach…

DJ Tommy Tee is a local favorite and has plays at many great clubs and parties, …locally/internationally and loves to play everything from Deep Funky Techy House

He has played alongside many great names such as: Louie Vega, Osunlade, Sasha, Steven Lee Cabrera, Ben Westbeech, Aaron Ross, Frank Roger, JoJo Flores, Mark Doyle, 2GoodSouls, Myagi, Jask Thaisoul + more and all the great local Thai based talent: Q,Tuzz, Dreadmongy, Eddy Frampton, Emanuel, Mikey Mike, Fred Jungo +many many more…


JK has been playing to the dance floors of Phuket since 2012… Educated as a registered nurse from Chiang Mai University, she has a deep passion for music and always gets the crowd going when she drops House Beats…

Like our page or share our news!

Hope to see you here!